สกิลใหม่ทุกคนควรมี! ควบคุมตัวเองไม่ให้ วอกแวก?

เคยไหม? วันนี้ตั้งใจจะทำงานชิ้นนึง แต่ทำได้แป๊บเดียวก็ไถ News feed Facebook…

เคยไหม? กำลังนั่งประชุมบริษัท แต่กลับหยิบมือถือไถ IG ซะงั้น… 

เคยไหม? ทำงานอย่างตั้งใจ แต่พอได้ยินเสียงแจ้งเตือน ก็หยิบดูทันที…

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ productivity ในการทำสิ่งต่าง ๆ ของเราลดหวบ

แล้วจะเอาชนะใจตัวเองยังไงในยุคที่ไลน์ดังไม่หยุด Shopee แจ้งเตือนเรื่อย ๆ แบบนี้

บทความนี้เหมาะกับใคร?

เรื่องที่จะมาชวนคุยวันนี้เหมาะกับทุกคน ถ้าคุณก็เป็นอีกคนที่เคย…

  • วางแผน “จะกินคลีน อาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่…ถึงเวลาจริงกินขนมเค้ก
  • วางแผน “จะไปฟิตเนส แต่ไม่ได้ไป”
  • วางแผน “จะทำงานโปรเจกต์นึง แต่พอถึงเวลากลับเช็กอีเมลแทน

คนที่มักทำนอกแผน วางแผนไว้อย่าง แต่ถึงเวลาแล้วทำอีกอย่างแทน เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับการบริหารเวลาแบบใหม่ ที่จะทำให้คุณ Productive ขึ้น ใช้ชีวิตได้แบบไม่วอกแวก 

เหตุที่เราเขียนบทความนี้เพราะได้ Inspiration มาจากการเข้าฟัง Conference ของ Nir Eyal ในงาน Techsauce Global Summit 2020 งานเทคฯ นานาชาติที่ใหญ่ระดับทวีป ซึ่งในงาน Speaker ดัง ๆ ระดับท็อปเยอะมาก ถึงแม้ปีนี้เขาจะจัดแบบไฮบริด มีทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ที่ได้มันอั้นหรือน้อยลงเลย ทั้ง Fintech, HealthTech, Organizational Culture & Managing people หรือเทรนด์โลกอนาคตต่าง ๆ จัดเต็มมาก ไว้ถ้ามีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังในบทความถัดไปอีกนะคะ 

สำหรับ Nir Eyal หลายคนถ้าอยู่วงการสตาร์ตอัพคงไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้าของผลงานหนังสือชื่อดัง “Hooked”
ทำ Product ยังไงให้คนติด กลับมาใช้ซ้ำ รอบนี้เขากลับมาพร้อมกับเรื่องที่แปลกแหวกแนวไปจากเดิม
คือ “Indistractable: How to Control Your Attention and Choose Your Life” เทคนิคจัดการกับสิ่งล่อตาล่อใจ ทักษะจัดการกับความวอกแวก 

 

อยากปรับการทำงานให้ Productivity ขึ้น ต้องจัดการความวอกแวก?

หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน นั่งทำงานที่โต๊ะ อยู่ดี ๆ เพื่อนร่วมงานก็สไลด์เก้าอี้มาคุยด้วย หรือจะการเรียกประชุมด่วน การตอบคำถามที่หัวหน้าทักมาในไลน์ ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนกลายเป็นทั้งสิ่งที่ทำให้เราไขว้เขวได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

การวอกแวก เสียสมาธิ ว้าวุ่นใจ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Distraction ปัจจุบันเกิดได้บ่อยมาก นั่ง ๆ ทำงานอยู่เผลอแป๊บเดียวหยิบมือถือขึ้นมาอีกแล้ว Nir บอกว่าคำที่ตรงข้ามกับ Distraction ไม่ใช่ Focus หรือการจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น ๆ แต่คือคำว่า Traction หรือ การไม่วอกแวกต่างหาก 

Nir เล่าว่าตัวกระตุ้นที่จะทำให้เราวอกแวกนั้น มีทั้งแรงกระตุ้นภายนอก (External Triggers) และแรงกระตุ้นภายใน (Internal Triggers) การแจ้งเตือนแอพต่าง ๆ, เสียงเพื่อนคุยกันในออฟฟิศโหวกแหวก หรืออาจเป็นประชุมด่วน สิ่งเหล่านี้ต่างคือ External Triggers หรือ แรงกระตุ้นภายนอกที่ทำให้เราไขว้เขว

แต่หลายครั้งที่เราวอกแวก สาเหตุที่งานวิจัยพบเจอมักมาจาก “ภายใน” ซะงั้น 

จริง ๆ ไม่ว่าจะไถฟีดเฟสบุ๊ก เล่นไอจี เช็กมือถือ สิ่งเหล่านี้เราอาจคิดว่าฉันแค่เผลอเข้าแป๊บเดียว แต่อันที่จริงการที่เราหยิบมือถือมา มันมีสาเหตุจากภายในเบื้องลึกตัวเรามากกว่านั้นค่ะ จริง ๆ แล้วคนเราทำแบบนั้น เราทำไปเพียงเพื่อเหตุผลเดียวคือ “หนีจากความอึดอัด” สิ่งนี้คือ Internal Triggers หรือ สภาวะภายในที่เรารู้สึกอึดอัดและพยายามหลีกหนี ความเครียด ความเหงา ความไม่สบายใจ ฯลฯ 

เมื่อเราเหงา สไลด์ฟีด IG / Facebook

เมื่อเราเบื่อ เปิด Youtube บ้าง เล่นเกมบ้าง

เมื่อเราเครียด ฟังเพลง ร้องเพลง ฯลฯ

หัวใจคือเราต้องเข้าใจก่อนว่า ทำไมเราถึงทำเช่นนั้น? ทำไมเราถึงเลือกทรยศตัวเองจากการตั้งใจทำสิ่งนึง แต่กลับไปทำอีกสิ่งนึงแทน เมื่อใดเราออกนอกแผนที่เราวางไว้ ให้ถามตัวเองและฟังคำตอบที่มาจากข้างในจริง ๆ ทำไมเราถึงทำสิ่งนี้? ถ้าเราไม่เข้าใจว่าเราทำไปเพราะอะไร เราจะแก้มันที่ต้นตอไม่ได้เลย

ใช้เวลาเล่น Social Media ผิดรึเปล่า?

หมดเวลาไปกับการเล่นเกม ผิดไหม?

จริง ๆ ไม่ผิดเลยค่ะ แต่ต้องจัดเวลา วางแผนมาแล้วว่าจะเล่นเวลาไหนบ้าง 

ให้เราเป็นคนกำหนดเวลาเล่น Facebook 

กำหนดเวลาเช็กอีเมล กำหนดเวลาเล่นเกม หรือเข้าแอพ Shopee เอง

อย่าปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นมาเป็นคนกำหนดเราให้เราหลงเข้าไปเล่นมัน

4 ข้อง่าย ๆ จัดการเวลายังไงให้มีประสิทธิภาพ ไม่วอกแวก

  1. หาให้เจอ “สาเหตุที่ทำให้เราอกแวก” (MASTER INTERNAL TRIGGERS)

ถามตัวเอง ฟังเสียงข้างในตัวเรา ทำไมเราถึงไม่ทำ หรือ ไม่ได้ทำสิ่งที่เราวางแผนไว้ ตั้งใจจะคิดไอเดียใหม่ แต่ทำไมกลับไปนั่งเช็กไลน์ ตอบอีเมล ตั้งสติ ถามตัวเองว่า เกิดอะไรขึ้น? เรากำลังรู้สึกอะไร ทำไมถึงวอกแวกทำอย่างอื่นแทน แล้วยอมรับคำตอบนั้น ลิสต์เอาไว้ เพื่อที่เราจะสามารถควบคุมมันได้ ไม่ใช่ให้มันมาควบคุมเราไปทำนู่นนี่แทน

  1. ทำตารางบริหารจัดการเวลา ( MAKE TIME FOR TRACTION)

อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ Time Boxing เริ่มทำสิ่งนี้ปุ๊บ ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปแน่นอน! (5555 ชีวิตดีขึ้นจริง ๆ อยากให้ลองนะคะ) Time Boxing คือ การวางแผนการทำสิ่งต่าง ๆ ล่วงหน้า มีการกำหนดเวลาสำหรับทำสิ่งต่าง ๆ ไว้ครบทุกมิติสำหรับชีวิตเรา กล่องสำหรับทำงาน Routine / งานด่วน / พักผ่อน / เล่นเกม / เล่นโซเชียล ฯลฯ ตารางเวลาจะเป็นการฝึกเราให้ลองลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องทำ ลองไปศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ ไม่อยากโดนขโมยเวลา ต้องทำ “Time Boxing”

  1. ตั้งรับ! ป้องกันการรบกวนจากสิ่งภายนอก (Hack Back External Triggers)

พอเราทำงานจดจ่ออยู่ดี ๆ ไลน์ก็ดัง หัวหน้าก็เรียก ประชุมด่วนก็มา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งรบกวนจากภายนอก ในบางครั้งเราปฏิเสธไม่ได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ล่วงหน้าได้

  • ถ้าเราวอกแวกบ่อย เสียสมาธิบ่อย เพราะแจ้งเตือนแอพฯ ต่าง ๆ เยอะเกิน ลองลบแอพฯ ดูบ้าง บางแอพฯ เราไม่ได้ใช้แล้ว แต่ก็ยังปล่อยมันแจ้งเตือน หรือ ไลน์ดังบ่อย ลองดูว่ากรุ๊ปที่ดัง แจ้งเตือน official ต่าง ๆ มันยังจำเป็นกับเราอยู่ไหม? ถ้าไม่… ลบเถอะค่ะ นี่ล่ะคืออีกหนึ่งศัตรูที่ทำให้ productivity เราลดลง!
  • การถูกรบกวนในที่ทำงาน บางคนอาจคิดว่าเลี่ยงไม่ได้ลำบากใจเหลือเกิน จริง ๆ ลองเริ่มดูค่ะ ถ้าเรากำลังตั้งมั่นทำบางสิ่งอย่างตั้งใจอยู่ ลองทำสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานหรือคนอื่นรู้ว่าเราไม่สะดวก กำลังจดจ่อทำบางอย่าง อาจจะเขียนป้าย เขียนโน้ต นี่ก็เป็นอีกวิธีที่เราลองใช้มาแล้วได้ผลจริง ๆ ค่ะ
  • การโดนเรียกประชุม ไม่ควรเกิดขึ้นแบบฉุกเฉินบ่อย ๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งรบกวน ทุกครั้งที่โดนเรียกประชุม สิ่งที่ห้ามขาดคือ การถามหา Agenda หรือ วาระการประชุม เพื่อที่เราจะได้วางแผนและเตรียมตัวได้ บางครั้งก็เป็นการ reflex คนเรียกประชุมด้วยว่า เราจำเป็นต้องอยู่ในประชุมหรือไม่
  1. อยากทำอะไร ตั้งเป้า ทำให้สำเร็จ! (Prevent distraction with pacts)

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การหักห้ามใจตัวเองไม่ให้หลุดไปตามสิ่งไขว้เขว ทำใจตัวเองให้จดจ่อกับสิ่งที่ทำ                    มีสมาธิไม่ยอมวอกแวกไปกับสิ่งรบกวน ใครทำด้วยตัวเองไม่ค่อยเวิร์คลองหาตัวช่วยดู แอพฯ ที่ช่วยให้เราจดจ่อกับสิ่งที่ทำในปัจจุบันก็มีค่อนข้างเยอะ ‘SelfControl’, ‘Freedom’, ‘Forests’ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าลืมให้กำลังใจตัวเอง เชื่อว่าเราจะทำได้ จะเปลี่ยนนิสัยได้ แล้วตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง

เทคนิคเล็ก ๆ ที่สร้างผลลัพธ์แสนยิ่งใหญ่

ระวังการทำ To do list สิ่งนี้จะทำให้เราไขว้เขว ปักหมุดไม่ถูกจุด ธรรมชาติของมนุษย์มักเลือกทำสิ่งที่ง่ายก่อนเป็นอย่างแรก โดยลืมนึกถึงเรื่องที่สำคัญจำเป็น เพราะฉะนั้นควรทำ “Time Boxing” แทน และแนะนำว่าให้ทำล่วงหน้า วันก่อนหน้า สัปดาห์ก่อนหน้า ตั้งแต่ต้นเดือน เพื่อที่เราจะมองภาพรวมความสำคัญ โยกย้ายกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ตื่นกี่โมง ไปฟิตเนสกี่โมง ทำงานชิ้นนี้ชิ้นนั้นกี่โมง แน่นอนว่าถึงเวลาจริงเราอาจต้องปรับให้มันเหมาะตามความเหมาะสม ทุกวันอาทิตย์เราอาจมานั่งปรับกิจกรรมต่าง ๆ บนปฏิทิน เลือกให้เหมาะสมกับสัปดาห์นั้น ๆ 

ถ้าใครมีโอกาสก็ไปลองทำตามกันได้นะคะ ส่วนตัวเราลองแล้ว ได้ผลขึ้นจริง ๆ ความ productivity กลับมาเลย ทุกครั้งที่เรา วอกแวก หรือไม่มีสมาธิในการทำงาน ไม่อยากให้ทุกคนกล่าวโทษไปที่เทคโนโลยีที่ device บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเสียสมาธิอาจมาจากข้างในตัวเราเอง 🙂 พยายามเข้าใจตัวเองกันให้มาก ๆ นะคะ

แสดงความเห็น