บริหารองค์กรยุคใหม่ มองความหลากหลายเป็นเรื่องสำคัญ

บริหารองค์กร

ความสำเร็จขององค์กร จะมาจากไหนไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ “ผู้คน” ซึ่งเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อน แต่แน่นอนการทำงานกับคนจำนวนมาก ก็มักมาพร้อมกับปัญหาที่ต้องจัดการ จึงไม่แปลกที่จะเกิดความคิดว่า การ “มากคน มากความ” นั้นเป็นอุปสรรคต่อองค์กร 

ทุกวันนี้ เราให้ “โอกาส” กับความหลากหลายมากขึ้น พยายามทลายกำแพงความต่าง ส่งเสริมความเท่าเทียม แต่ในความเป็นจริง…มันมากพอแล้วรึยัง? โดยเฉพาะในองค์กร ยังคงมีการตีกรอบคนทำงาน ที่ยึดโยงกับเรื่องเพศ วัย หรือแม้แต่วัฒนธรรมที่ต่างกันอยู่ไหม? 

เราจะมาถอดบทเรียน จาก “Yell Advertising” หนึ่งในเอเจนซี่โฆษณาสัญชาติไทย ที่สามารถ “เติบโตบนความหลากหลาย” ได้อย่างไร จนประสบความสำเร็จ เป็นที่ยอมรับในระดับโลก

 

ความหลากหลายในที่ทำงาน ทำไมถึงสำคัญ?

Workforce Diversity เป็นแนวคิดพื้นฐาน ของการทำงานที่บริษัทยุคใหม่ควรมี ความแตกต่างของผู้คนไม่ได้การนำมาซึ่งปัญหาแล้ว แต่ในทางกลับกัน มุมมอง และทักษะการทำงานของคนต่างเพศ ต่างวัย สามารถนำมาหลอมรวมกัน จนเกิดเป็นการสร้างงานที่มีประโยชน์ต่อองค์กรได้

บริหารองค์กร
คุณพิมพ์นารา ทองปอน Financial and Accounting Manager

อย่างที่ Yell Advertising เองมองว่า การมี Mindset ที่แตกต่าง จะช่วยแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น เพราะคนทำงานมีความยืดหยุ่นทางความคิด ซึ่งสามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้า ที่มี Background  ต่างกันได้อย่างแท้จริง 

“โดยเฉพาะการทํางานกับลูกค้าใน ASEAN แต่ละประเทศนั้นต่างนโยบาย ต่างเงื่อนไขกัน ถ้าหากคนทำงาน Fix Mindset ไว้ ก็ยากที่จะทําให้ธุรกิจลุล่วงไปได้ การเข้าใจในความแตกต่าง จึงเป็นเบื้องหลังความสำเร็จ ที่ทำให้เราเติบโตไปพร้อม ๆ กับลูกค้า”

เพราะฉะนั้นทัศนคติการทำงาน ที่มองคนแบบแบ่งแยก ไม่เคารพในความต่าง ก็ยากที่องค์กรนั้น ๆ จะประสบความสําเร็จได้

 

แต้มต่อความหลากหลาย ประโยชน์ที่ได้ต่อองค์กร

ไอเดียความสร้างสรรค์ จะเกิดขึ้นเกิดได้ ก็ต่อเมื่อมีการผสมผสานทางความคิด ยิ่งมีคนมาก ยิ่งมีหลายความเห็น ด้วยการเปิดกว้าง ต้อนรับคนหลากหลายแบบ ไม่ได้ยึดติดว่าเพศไหนต้องอยู่ตำแหน่งอะไร อายุเท่าไหร่ถึงจะทำงานนั้น ๆ ได้ ก็เป็นการส่งเสริมการดึงศักยภาพ หรือความเฉพาะตัวของแต่ละคนออกมา เกิดเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพให้กับชิ้นงานมากยิ่งขึ้น

บริหารองค์กร
คุณพัณนิดา อินทนพิชิต Account Director

“ที่ Yell เราเน้นที่ใจ ถ้าใจได้ เพศไหนก็ไม่สําคัญ ด้วยความที่ต้องทำความเข้าใจในลูกค้าหลายประเภท ทักษะการสื่อสาร และการบริหารความคาดหวังจากลูกค้าที่ดี จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงมากกว่า” 

นอกเหนือจากความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน Soft Skill และประสบการณ์ของแต่ละคนต่างหาก ที่เป็นส่วนช่วยให้แบรนด์ยืนหยัด และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ท่ามกลางคู่แข่งได้ 

 

บริหารความต่างอย่างไรให้ได้ผล?

“ความหลากหลาย” ไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีการบริหารจัดการที่เหมาะสม การจะทำให้คนที่แตกต่างกันมาอยู่ร่วมกันได้ สิ่งแรกที่องค์กรควรมีคือ “ความเท่าเทียม” ไม่เลือกปฎิบัติ เปิดโอกาสให้คนดำรงตำแหน่ง ตามความสามารถ แทนการถูกปิดกั้นจากกรอบสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ วัย หรือด้านอื่น ๆ  เช่นการมองว่า ผู้ชายเหมาะสมกับตําแหน่งการเป็นผู้นํามากกว่า เพราะมีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ 

บริหารองค์กร
คุณกนกกาญจน์ รินนะจิตต์ General Manager

“ที่ Yell เราไม่ค่อยแคร์ว่า ใครเพศอะไร จบมาจากไหน เพราะงานของเราให้คุณค่ากับการบรรลุวัตถุประสงค์ มากกว่าการโดนจํากัดด้วยมาตรฐานอะไรก็ตาม ที่พยายามจัดกลุ่ม หรือตัดสินคนที่มีความแตกต่างจากตัวเอง หรือยึดติดกับกรอบทำงานที่วุ่นวาย”

“Value หรือค่านิยม” ที่เหมือนกัน คือเครื่องมือสำคัญที่ดึงความต่างมาใช้ประโยชน์ได้ ถึงลักษณะภายนอกจะแตกต่าง แต่ถ้าหากภายในนั้นมีจุดยืนร่วมกัน ก็สามารถผลักดันให้คนทำงาน ขับเคลื่อนไปในภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจน 

บริหารองค์กร

“เริ่มต้นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง…แต่การที่จะเติบโตในสายงาน แบบที่ไม่มีอคติมาขวางกั้น คือตัวพิสูจน์ว่า องค์กรนั้น ๆ เห็นคุณค่าของความหลายหลายจริงหรือแค่ตามกระแส”

ความหลากหลายในที่ทำงาน เป็นสิ่งที่หนึ่งที่จำเป็นในองค์กร ไม่ต่างอะไรกับสวัสดิการอื่น ๆ ที่ควรมี ถือเป็นบทพิสูจน์ขององค์กรยุคใหม่ ที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างโอกาสเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง 

แสดงความเห็น