9 บทเรียนผู้นำใน 1 วันจากท่านประธานธนินท์

ครั้งหนึ่งในชีวิตเรียนรู้จากผู้ลงมือทำ
ถอดบทเรียนจากการเข้าพบแบบ super exclusive กับ เจ้าสัว CP คุณธนินท์ เจียรวนนท์

ถ้าพูดถึงอาณาจักรใหญ่ในเมืองไทย และเศรษฐีผู้ปลุกปั้นธุรกิจและสร้างงานมหาศาลให้คนไทย บริษัทแรกๆที่แว้บเข้ามาในหัวคงจะหนีไม่พ้น “เครือเจริญโภคภัณฑ์” หรือ CP ส่วนตัวเฟื่องเอง ก็วนเวียนอยู่ในอาณาจักรนี้ตั้งแต่ตื่นจนนอน ทั้งฝากท้องไว้ที่ 7-11 / ดูทีวี และเริ่มงานพิธีกรครั้งแรกกับ True Visions / จ่ายเงินผ่านแอปครั้งแรกเพราะ True Money / ดื่ม True coffee(เพราะชอบส่วนลด55) มากกว่า Starbucks ออฟฟิศปัจจุบัน อยู่ที่ True Digital Park ฯลฯ

เฟื่องเองในฐานะเด็กคนนึง ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในแวดวงธุรกิจไม่นานนัก พยายามจะสร้างบริษัทตัวเอง พยายามจะเป็นผู้นำที่ดี แต่ยังทำได้ไม่ดีนัก แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เฟื่องได้รับเกียรติสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มีโอกาส เพราะจะได้เจอกับเจ้าสัวธนินท์ ประธานอาวุโส ผู้ปลุกปั้นอาณาจักรนี้ที่เราเติบโตมา.. ไม่ใช่แค่ได้เจอตัวจริง แต่ได้นั่งสังเกตการณ์การทำงานจริง ได้มีโอกาสร่วมโต๊ะอาหารด้วย และ ท่านเป็นคนขอเรียกเราเข้าพบ !!

การเข้าพบนี้ ไม่ใช่การเข้าพบแบบ ผู้บริหารเรียกสื่อมาพบปะธรรมดา แต่เป็นการเรียกพบแบบ จิ้มตัวมาเลยแค่สองคน: “เฟื่อง” กับพี่ชายคนสนิท ผู้ปลุกปั้นเฟื่องในวงการไอที “พี่หนุ่ย พงศ์สุข” เท่านั้น 2 คนที่คุณธนินท์เรียกตัวมา!
นี่คือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งในชีวิต และมีเรื่องที่เฟื่องแอบสังเกตและเรียนรู้มา อยากเอามาเล่าต่อกันค่ะ

ท่านนัดพบเราเช้าวันจันทร์ เวลา 09.00น. ณ “สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์” ที่เขาใหญ่
วันนั้นเป็นวันที่ “เถ้าแก่น้อย” หรือผู้ประกอบการภายในรุ่นเล็กที่ CP ปลุกปั้น ขึ้นนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงของทั้งเครือ คุณศุภชัย คุณศุภกิจ ดร.นริศ…. ฯลฯ และแน่นอน ท่านประธานอาวุโส คุณธนินท์ เจียรวนนท์นั่งเป็นประธาน

วันนั้นทั้งวัน เราจึงได้มีโอกาสใกล้ชิดกับท่านไปโดยปริยาย นอกจากได้สนทนา ยังได้มีโอกาสเห็นการทำงานจริงของเจ้าสัวแห่งอาณาจักรยักษ์ใหญ่นี้ไปด้วย

“80 ปี…. คืออายุของคุณธนินท์” เห็นจากภาพนิ่งก็ดูไม่น่าถึง และยิ่งเห็นท่าน “In action” ยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ ท่านกระฉับกระเฉงมาก เดินคล่องแคล่ว และ “Sharp” ทุกประโยคที่ออกมา ไม่พูดเยอะ แต่กระชับ คม ได้ใจความ

ไม่คิดว่าผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้ จะใส่ใจพนักงานเบอร์นี้ ท่านทุ่มเทกับการคอมเมนต์ผลงานเด็กๆในเครือมาก ไม่ได้แค่มานั่งเพลินๆ เพื่อได้ภาพ แต่มา “นั่งตั้งใจฟังจริงๆ” ท่านอยู่ยาวตั้งแต่ 09.00-18.00น. และแรงไม่ตกเลย (รวมถึงคณะกรรมการท่านอื่นๆด้วย ผบห.ระดับสูงทั้งเครือ ชอบตอนนั่งฟังคอมเมนต์มาก) และที่เฟื่องได้ยินมา ท่านประธานทำแบบนี้อย่างน้อย 2 วันต่อเดือน และทำทุกเดือน ทุ่มเททั้งเวลา ทั้งทรัพยากร เพื่อสร้างผู้นำยุคใหม่ให้กับ Cp จริงๆ

9 บทเรียนจากสิ่งที่เห็น “ความเป็นผู้นำ” ของคุณธนินท์

1.ตรงต่อเวลา

ทั้งวันภารกิจของท่านวุ่นมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านก็บริหารจัดการเวลาได้ดี โดยท่านสอนเราว่าสำคัญที่สุดคือ “ตรงต่อเวลา” ทั้งๆที่ตั้งใจฟังและคอมเมนต์โครงการของพนักงานก็น่าจะเหนื่อยมากแล้ว แต่ทุกช่วงพักท่านจะเดินเข้ามาในห้องเพื่อสนทนากับเรา ช่วงสั้นๆ แต่มีคุณภาพ และสั้นๆหลายๆช่วงรวมกัน เป็นเวลาที่มีคุณค่า และที่น่าชื่นชมคือ เมื่อถึงเวลาของภารกิจต่อไป ท่านเป็นคนลุกไปเอง ไม่ต้องมีเลขาคอยเตือนแต่อย่างใด

2.ให้เกียรติผู้อื่นและให้แขกเป็นคนสำคัญ

แม้ท่านจะเป็นบุคคลยิ่งใหญ่ แต่ตั้งแต่เจอหน้า จนถึงจากกัน ทุกวินาทีเรารู้สึกว่าท่านให้ความสำคัญกับเรามาก เป็น VVIP (very very important person อย่างแท้จริง) ทั้งตั้งใจมองเข้าไปในตา ท่าทีอ่อนน้อม อบอุ่น กล่าวชื่นชม มอบเครดิตให้ “นี่คือสองเทพในการเล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย” ให้โอกาสเด็กน้อยอย่างเราได้แสดงความคิดเห็นต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงสุดของทั้งเครือ ตั้งใจฟังที่เราพูดจริงๆ และท่านเตรียมหนังสือใหม่ “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว” มาพร้อมเซ็นสดให้เราด้วย! รู้สึกประทับใจจริงๆค่ะ

3.รับผิดร่วมกับทีม

มีประโยคนึงที่ฟังท่านคอมเมนต์ แล้วต้องหันมามองหน้ากันกับพี่หนุ่ย ทีมนั้นทีมพรีเซนต์ได้ไม่ดีเท่าไร และทีมนั้นท่านเป็นสปอนเซอร์ (คล้ายๆกับ Mentor ของทีมค่ะ) และ หลังจากปล่อยดร.นริศ กับอจ.เบสท์ คอมเมนต์ยาว ท่านเป็นคนคอมเมนต์สั้นๆปิดท้าย… “ผมเองก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยความอับอาย เพราะผมเป็นคนชวนพวกคุณมาเอง” โอ่ยยย ท่านประธานอาวุโสของเครือมาร่วมรับผิดชอบการพรีเซนต์ของเราด้วย ใจละลายแทนทีมนั้นไปเลยค่ะ

4.ทำงานอย่างใส่ใจ

แม้อาณาจักร CP จะกว้างใหญ่ และมีธุรกิจในเครือมาก แต่จากการพูดคุยท่านประธานเข้าใจธุรกิจดีแทบทั้งหมด ใส่ใจกับทุกดีเทลเล็กๆ และ Passion แรงกล้ามาก จริงๆรู้สึกว่าคนระดับท่านและอายุขนาดท่าน ไม่จำเป็นต้องลงมาทำเองขนาดนี้แล้ว แต่เห็นเลยว่า “ท่านสนุก” กับการทำงานจริงๆ และน่าจะเป็นเหตุผลที่ท่านยังดูหนุ่มและกระชุ่มกระชวยเช่นนี้

5.พร้อมเปลี่ยนแปลง

ประโยคที่ได้ยินจากปากท่านประธานธนินท์บ่อย และสังเกตจากการคอมเมนต์โครงการต่างๆของเหล่าเถ้าแก่ สัมผัสได้ว่า คุณธนินท์ต้องการอะไรที่แหวก แตกต่าง ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม ทีมที่ท่านชื่นชมมากจะเป็นทีมที่มีไอเดียแหวกไปจากขนบเก่าๆไปเลย เช่นใช้ Digital Marketing แบบใหม่ๆ และเท่าที่ทราบ ท่านเข้าใจเรื่อง Blockchain, AI ฯลฯ เป็นอย่างดี จนถึงขั้นเคยขึ้นพูดบนเวทีกับพนักงาน!

6.ตั้งใจ “ฟัง”

เรามั่นใจว่าเวลาของคนระดับท่านประธานมีค่ามหาศาล แต่แม้กระทั่งโครงการเล็กๆ ที่พรีเซนต์โดยพนักงานรุ่นใหม่ ที่บางโครงการอาจยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดีนัก เป็นไอเดียที่ปล่อยผู้บริหารมาฟังก่อนแล้วค่อยมาเล่าต่อก็ได้ แต่ท่านตั้งใจ “ฟัง” จริงๆ ฟังแบบ deep listening ไม่ยก ไม่ดูมือถือ ให้เกียรติคน ตลอดเวลาที่สนทนากับเราทุกๆรอบเช่นเดียวกัน

7.ผู้นำต้องทำให้เห็น

ทุกการกระทำที่กล่าวมา ผู้บริหารทั้งเครือสิบกว่าท่านได้ร่วมเป็นประจักษ์อยู่ตรงนั้นด้วย ทั้งเรื่องของการตรงเวลา ใส่ใจคน.. และมีจังหวะหนึ่ง ที่หนึ่งในผู้บริหารอาจคอมเมนต์ได้ไม่เข้าเป้า เกริ่นเรื่องที่ไม่เกี่ยว และทำให้งานเสียเวลา ท่านประธานก็กล้าที่จะขัดขึ้นมากลางหอประชุม เพื่อไกด์ทิศทางให้ถูกต้อง

8.รับฟังคนรุ่นใหม่

คุณธนินท์ให้เครดิตคนรุ่นใหม่มาก เรียกเป็น “อาจารย์” ทั้งคุณสรรเสริญ สมัยสุต ประธานสำนักพัฒนาธุรกิจ และบอกว่า “คุณสองคน (เฟื่องและพี่หนุ่ย) ก็เป็นอาจารย์ผม” คนพรีเซนต์ดีๆก็เป็นอาจารย์ ท่านพร้อมเรียนรู้ ถอดสิ่งที่เคยทำสำเร็จจนเกิดเป็นอาณาจักรนี้ และ “ฟัง” จากคนรุ่นใหม่จริงๆ การได้มาฟังไอเดียคนอื่นสำหรับท่าน เป็นเหมือนการเรียน และการเที่ยวไปในตัว

9.คิดถึงสิ่งที่ใหญ่กว่าตนเอง

เฟื่องถามท่านว่า “หนึ่งสิ่งที่ CP โฟกัสอยู่ตอนนี้คืออะไรคะ” ท่านตอบว่า อยากให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยนำเทคโนโลยีมาช่วย ทั้งเรื่องอาหาร การเก็บรักษาของสด การเพิ่มรายได้ให้กับคนทำกิน เอาความรู้และเทคโนโลยีที่เครือมีไปช่วยยกระดับชีวิตเขาให้ดีขึ้น ดีกันขึ้นไปทั้งประเทศ ภายใต้สิ่งที่คนนอกชอบมองว่า CP “ผูกขาด” (และท่านย้ำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง พร้อมความรู้สึกกึ่งน้อยใจเล็กๆเจือปน) ท่านมีวิสัยทัศน์ที่อยากเห็นประเทศไทยดีขึ้น ช่วยประเทศไทยในฐานะที่นักธุรกิจคนนึงจะพอทำได้ และคิดเผื่อถึงองค์รวมของประเทศจริงๆ

ไม่แปลกใจที่ทำไม อาณาจักรซีพีถึงได้รุ่งเรือง เพราะจิตวิญญาณของเจ้าของ ภาวะผู้นำที่ยังเปี่ยมแน่น วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความทุ่มเทใส่ใจเรื่องคน เพื่อส่งตรงและส่งต่อถึงคนในองค์กรอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

แสดงความเห็น