5 จุดเด่น FreeBuds 3 สเปกดีราคาเบา!

หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นสัปดาห์ก่อนนะคะ หูฟังไร้สายสไตล์ minimal จาก Huawei ก็มาอยู่ในมือให้เราได้ทดสอบแล้วค่าาา ซึ่งต้องเน้นก่อนเลยว่า นอกจากเค้าจะใส่ฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนเป็นรุ่นแรกของวงการยังไม่พอ เค้ายังเปิดราคามาน่ารักน่าคบหามากๆ อีกด้วย ซึ่งหลังจากที่เราได้ลองเล่น ลองฟังมาแล้ว วันนี้เลยจะมาพรีวิวจุดเด่นให้ฟังกันค่าาา 

ตัดเสียงรบกวน

เนื่องจากการที่เค้าไม่ได้เป็นหูฟังแบบ In-Ear นะคะ เลยทำให้ตัวหูฟังจะเหน็บอยู่แค่ช่วงใบหูของเรา เลยทำให้มีช่องโหว่ระหว่างรูหูของเรากับตัว Earbuds เค้าเลยมีการออกแบบระบบตัดเสียงรบกวนมาใช้เป็นแบบพิเศษค่ะ ซึ่งเราสามารถปรับองศาของการตัดเสียงรบกวนให้เหมาะสมกับรูปทรงของหูเราได้ด้วย (ตั้งค่าได้บนแอปฯ Huawei AI Life ค่าา)

โทรคุยชัด! ตัดเสียงลมได้

ธรรมดาถ้าเราใส่หูฟังแล้วคุยโทรศัพท์ขณะวิ่งหรือขี่จักรยานในวันที่ลมแรง มันก็จะมีเสียงลม พรึ่บๆ เข้ามาใช่มั้ยคะ แต่ว่าตัว Huawei FreeBuds 3 นี่เค้าจะมาพร้อมกับการออกแบบที่สามารถตัดเสียงลมได้ (Aerodynamic Mic Duct Design) แล้วก็ยังใช้ระบบจับการสั่นของกระดูกกราม (Bone Sensor) ทำให้หูฟังรับเสียงได้ตรงกับช่วงที่เราขยับปากพอดี เพราะฉะนั้นในด้านของการโทรคุยก็มั่นใจได้ว่าเราจะสามารถส่งเสียงที่ชัดเจนไปยังปลายสายแน่นอน

ไม่หลุดง่าย แต่ใส่สบาย

หูฟัง FreeBuds 3 ออกแบบมาเป็นรูปทรงโค้งเหมือนโลมา เค้าเรียกว่า “Dolphon Bionic Design” ทำให้ตัวหูฟังจะยื่นเข้าหูมากกว่าปกติ สวมใส่ง่าย สบายหู แล้วก็ไม่หลุดง่ายด้วยค่าา

 

แบตฯ อึด ชาร์จง่าย (ใช้ได้นาน 2 สัปดาห์)

โดยระยะเวลาในการใช้งานเนี่ย ทาง Huawei เคลมว่าสามารถใช้งานทั่วไป โทรคุย ฟังเพลง ได้ยาวๆ ถึง 4 ชั่วโมงค่าา แต่ถ้ารวมกับตัวแบตเตอรี่ของเคส (ชาร์จตอนเก็บเข้าเคส) ก็จะใช้งานได้ลากยาวถึง 20 ชั่วโมงเลย รองรับการชาร์จไร้สาย Reverse Charging ผ่านเครื่องหัวเหว่ยได้ด้วย ส่วนตัวกล่องของ HUAWEI FreeBuds 3 ก็รองรับ Fast charge ทั้งแบบเสียบสายและไร้สายเลย ชาร์จไว้ราวๆ 30 นาทีก็ชาร์จเต็มแล้วด้วย

สเปกดี ราคาโดน

Huawei FreeBuds 3 เปิดราคามาแค่ 4,990 บาทเท่านั้น แอบกระซิบว่าราคาแค่ครึ่งเดียวของอีกเจ้านึงเท่านั้นเองงง ก็ถือว่าด้วยฟีเจอร์ที่ใส่มา ทำให้ Huawei FreeBuds 3 จัดว่าเป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

 

โดยรวมๆแล้ว หลังจากลองใช้งานมาค่อนวันโดยแทรกซึม FreeBuds มาในการใช้ชีวิต เข้าออฟฟิศตามปกติ คือระบบตัดเสียงรบกวนก็ใช้งานได้จริงในสถานการณ์เสียงดังวุ่นวายนะคะ เรื่องของความหน่วงก็ ไม่ได้รู้สึกว่าหน่วงอะไร สามารถดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ ไม่ช้าขัดใจมากนัก การรับเสียงเวลาโทรคุยก็ชัดเจน (โดยเฉพาะเวลานั่งคุยงานอยู่ในออฟฟิศที่เสียงดังโหวกเหวก 555)

คุณภาพเสียงโอเค เสียงแน่น แต่ใส่นานๆ อาจจะมีเจ็บใบหูบ้าง (น่าจะเป็นเพราะยังไม่ชิน)

เค้าก็วางขายอย่างเป็นทางการแล้ว ก็หาได้ตามหัวเว่ยแบรนด์ช็อปและร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศนะคะ

แสดงความเห็น