AirPods แท้ หรือ ปลอม เช็คยังไง!?

ตอนที่ Apple เปิดตัว iPhone 12 มาแล้วบอกว่าไม่แถมหูฟัง คิดว่าหลายคนก็คงเล็งๆ AirPods กันใช่มั้ยคะ แต่ๆ สิ่งที่ต้องระวังคือของปลอม! เพราะเดี๋ยวนี้ปลอมเนียนมากกก แบบดูด้วยตาอาจจะไม่รู้ และอย่าคิดว่าเช็คซีเรียลอย่างเดียวจะพอ เพราะของพวกนี้สวมรอยกันได้ วันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีดู เพื่อนๆ จะได้ไม่โดนจกตาหลอกขายของปลอมกัน ไปดูกันเลยค่ะ

กล่อง

เริ่มที่ภายนอกกันก่อน Airpods ปลอม จะมีการซีลที่ไม่ค่อยเรียบร้อย สังเกตได้ชัดเจนจากสันของพลาสติกที่อยู่บริเวณด้านบนของกล่องที่ยื่นออกมาเป็นแหลมๆ ถ้าเป็นของแท้จะต้องเรียบเนียนไปกันตัวกล่องเลย

ต่อไปเรามาดูที่สีของตัวกล่องกัน จากในรูปก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าของปลอม(ด้านซ้าย) สีของกล่องจะออกอมฟ้า ส่วนของแท้(ด้านขวา) สีของกล่องจะออกไปทางสีขาวนวล

ในส่วนรูป Airpods ที่อยู่ด้านหน้าของกล่อง ของแท้(ดานขวา) จะมีความนูนมากกว่าของปลอม(ด้านซ้าย) อยู่พอสมควรเลยค่ะ

พลิกมาดูที่ด้านบนกันบ้าง ผิวสัมผัสของตัวหนังสือค่อนข้างใกล้เคียงกัน สิ่งที่แตกต่างและเห็นได้ชัดคือ ของปลอม(ด้านล่าง) ตัวหนังสือที่สกรีนลงบนกล่องจะไม่ได้อยู่กึ่งกลาง และตรงส่วนที่เขียนว่า “Wireless Charging Case” เส้นความหนาของตัวหนังสือจะไม่ค่อยเสนอกัน บางส่วนของตัวหนังสือจะมีความหนาบางที่ไม่เท่ากัน

ด้านหลังของกล่อง ชุดตัวหนังสือด้านซ้ายจะมีความแตกต่างกัน ของปลอม(ด้านซ้าย) ตัวหนังสือจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า ของแท้(ด้านขวา) และสีของสัญลักษณ์ต่างๆ ด้านขวาของกล่อง ของปลอม(ด้านซ้าย) สีจะเข้มกว่า ของแท้(ด้านขวา) อย่างเห็นได้ชัด

ความลื่นของฝากล่องก็ต่างกันนะคะ ถ้าเราจับกล่องลักษณะดังรูป แล้วยกขึ้นมา ของแท้(ด้านขวา) ตัวกล่องจะค่อยๆเลื่อนออกมาอย่างง่ายดาย ส่วน ของปลอม(ด้านซ้าย) ไม่ว่าจะเขย่ายังไงก็ไม่ยอมเลื่อนออกมา ต้องใช้มืออีกข้างมาแงะถึงจะออกมาค่ะ

พอเปิดฝาออกสิ่งที่ต่างกันเลยคือ ของปลอม(ด้านซ้าย) ที่เราซื้อมานั้นไม่มีคู่มือการใช้งานมาให้ แล้วก็ส่วนที่เป็นแผ่นรองตัว Airpods ของปลอม(ด้านซ้าย) จะเป็นพลาสติก ของแท้จะเป็นกระดาษแข็ง

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ส่วนของสายชาร์จที่แถมมาให้เป็นสาย Lightning เหมือนกัน พอลองเอามาเทียบดูแล้วของปลอมสีจะออกอมฟ้า ของแท้จะขาวนวนๆ

ตัวเครื่อง

สำหรับตัว Airpods จุดแตกต่างที่เห็นชัดที่สุดเลยคือ ตัวหนังสือด้านหลัง ของปลอม(ด้านซ้าย) จะใช้ตัวหนังสือที่หนากว่า และชิ้นส่วนที่เป็นสีเงิน ของปลอม(ด้านซ้าย) จะมีความด้านๆ ขุ่นๆ ไม่เหมือนกับ ของแท้(ด้านขวา) ที่จะเป็นแบบเงาๆ

มาดูปุ่มด้านหลังเครื่องกันบ้าง จุดนี้จะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลย โดยฟังจากเสียงกดของปุ่ม ถ้าของแท้(ด้านขวา) ตอนกดปุ่มจะไม่มีเสียง แต่ถ้าเป็นของปลอม(ด้านซ้าย) จะมีเสียงดังแป๊ก ทั้งจังหวะกดและปล่อยปุ่มเลยค่ะ

การเปิดฝาจะมีข้อแตกต่างอยู่ที่ ของปลอม(ด้านซ้าย) ตอนเปิดฝา ฝาจะเด้งไปไม่สุด จะต้องใช้มือช่วยดัน แต่ของแท้(ด้านขวา) พอเปิดแล้วฝาจะเด้งไปจนสุดเอง ไม่ต้องใช้มือช่วยดันเลยค่ะ

ใต้ฝาของ Airpods จะมีสัญลักษณ์ต่างๆ สำหรับของแท้แต่ละรุ่นก็จะมีการเรียงที่ไม่เหมือนกัน แต่สัญลักษณ์เดียวที่ไม่เปลี่ยนตำแหน่งเลยคือ สัญลักษณ์ CE ที่อยู่ด้านซ้ายของใต้ฝา พอลองเทียบกันระหว่าง ของปลอม(ด้านซ้าย) กับ ของแท้(ด้านขวา) สิ่งที่แตกต่างกันคือ ความเข้มของสีตัวอักษรที่ต่างกัน ของปลอมจะมีความเข้มกว่าของแท้ และไม่มีสัญลักษณ์ CE เหมือนกับของแท้ค่ะ

ตัวของหูฟัง จุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ บริเวณของไมค์ ของปลอม(ด้านบน) งานจะไม่ค่อยเรียบร้อยส่วนตรงสีเงินจะออกด้านๆ ตะแกรงของไมค์จะค่อนข้างหยาบ ไม่ระเอียดเหมือนกับ ของแท้ (ด้านล่าง)

ส่วนของลำโพงหูฟังจะต่างกันที่ตะแกรงครอบลำโพงค่ะ ของแท้(ด้านขวา) จะแบนและเรียบเนียนไปกับตัวลำโพงเลย แต่ของปลอม(ด้านซ้าย) ตะแกรงจะมีความนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ และอีกชุดหนึ่งที่ต่างกันคือ บริเวณเซ็นเซอร์ที่เป็นชุดสีดำๆ ของปลอมจะเป็นแค่สีสกรีนเฉยๆ ของแท้จะเป็นวัสดุแยกชิ้นส่วนกัน เราสามารถทดสอบได้โดยการเอาเล็บขูดเบาๆ ถ้าเป็นของแท้จะมีความขรุขระ ของปลอมจะเป็นเรียบๆ ไปเลยค่ะ

ตอนที่เชื่อมต่อสำหรับ Airpods ที่เราซื้อมาทดสอบนั้นจะมีขึ้นชื่อว่า “MY NEON👯‍♂️’S Airpods” แน่นอนว่าของแท้จะไม่ได้ขึ้นชื่อแบบนี้ค่ะ แต่เรื่องชื่อของเครื่องนั้นอาจจะแตกต่างกันออกไป แต่ละยี่ห้ออาจจะตั้งชื่อไม่เหมือนกัน ต้องลองสังเกตกันดีๆ นะคะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการดูแบบคร่าวๆ ของ Airpods นะคะ รายละเอียดบางจุดที่เพื่อนๆ เห็นว่าไม่ตรงกับที่เราเทียบไปนั้น ก็อย่างพึ่งฟันธงว่าจะเป็นของปลอมเสมอไปนะคะ อาจจะต้องเอาหลายๆ จุดมาเทียบกันดู บางทีการสกรีนของแต่ละล็อตสินค้าตำแหน่งก็อาจจะไม่ตรงกัน ก็เป็นไปได้เช่นกันค่ะ

ส่วนฟังก์ชั่น คุณภาพเสียง และรายละเอียดอื่นๆ จะเป็นยังไงสามารถดูต่อได้ที่วิดีโอด้านล่างนี้เลยค่า

 

แสดงความเห็น