Review: คีย์บอร์ดบลูทูธสำหรับ iPad (Zagg Backlit Cover Keyboard for iPad)

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน นานๆจะมีเวลาได้นั่งนิ่งๆเขียนอะไรซักทีนึง ฮือๆรู้สึกผิดจังเลย มีอะไรที่อยากทำค้างเต็มไปหมด วางแผนอยากจะส่งต่ออะไรดีๆให้ทุกคน แต่ชีวิตทุกวันนี้มีงานประจำทุกวัน วันละ 3 ที่ เช้าตรู่จรดหัวค่ำ และงานแต่ละที่ก็ไกลกันเหลือเกิ๊นนนนนน (พระราม6-เหม่งจ๋าย-บางนา) ขับรถวันๆนึงเกือบ 100กิโล นี่ยังไม่รวม event ที่ประดังประเดกันมาช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ อ๊ากกก มารู้ตัวอีกทีหมดเวลาพอดี ฮือๆชีวิตคนเริ่มทำงานเต็มตัวมันช่างทรหด แต่เอาเถอะ วัยทำงาน มีงานก็ต้องทำไป ห้ามบ่น! ไม่มีงานแล้วจะหนาว 55

บ่นมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า

วันนี้เฟื่องขอหยิบอุปกรณ์ใกล้ตัวคู่ใจที่เฟื่องใช้มาซักพักนึงแล้ว บอกเลยว่าทำให้ชีวิตการทำงานนอกบ้านง่ายขึ้นมาก

นี่คือ “Bluetooth Keyboard สำหรับ iPad mini” ของ Zagg จากอเมริกาค่ะ

เฟื่องได้เจ้าสิ่งนี้มาจากการขายต่อของ คุณต่อ อดีตทีมสำลักข้อมูลของรายการแบไต๋ไฮเทค หรือหลายท่านอาจรู้จักในนาม “Darkmaster”

.

.

ใช่ค่ะ พี่ต่อซื้อมาเกิน เลยมานำเสนอให้แก่ฟลด.ผู้ตื่นตาตื่นใจกับ Gadget ใหม่ๆและพร้อมวู่วามตามประสาคนชอบของดีที่ช่วยเสริมสร้างชีวีให้มีประสิทธิภาพขึ้น

และก็นั่นแหละค่ะ.. สัมฤทธิ์ผล.. มาอยู่ในครอบครองเป็นคู่หูเรียบร้อย ฮ่าๆๆ ถ้าจำไม่ผิดค่าเสียหายประมาณ 3,200 บาท (จริงๆราคาหน้าเว็บคือ USD$99 เรทเปลี่ยนผันตามอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน ลองคำนวณกันดูฮะ เดี๋ยวท้ายบล๊อกจะมาบอกวิธีสั่งซื้ออีกที)

ราคาอาจจะดูสูงกว่าคีย์บอร์ดบลูทูธทั่วไปในท้องตลาดมากพอสมควร แต่ Zagg ก็มีจุดแข็งอยู่หลายประการเหมือนกัน

ข้อดี

1. รับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน และรับประกันความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ถ้าเสียหรืออยากแอบเปลี่ยนรุ่นสามารถส่งคืนได้เลย แล้ว Zagg จะส่งอันใหม่มาให้

2. ดีไซน์สวยงาม ใช้งานสะดวก มีปุ่มควบคุม iPad อย่างอื่นด้วย ดังนี้ :

  • ปุ่ม Home
  • ปุ่ม Lock Screen
  • ปุ่มเรียก Microphone
  • Undo/Redo/Copy/Paste
  • ปุ่มควบคุมเพลง : Play-Pause/Rewind/Forward/Mute/เพิ่ม-ลดเสียง (อันนี้ชอบมาก นั่งๆทำงานอยู่เบื่อๆก็กดเล่นเพลงจากคีย์บอร์ดได้เลย ไม่ต้องออกไปนอกแอปที่กำลังใช้ทำงานใดใดทั้งนั้น)
  • ปุ่มเปลี่ยนภาษา

3. เปิดไฟคีย์บอร์ดได้ 3 ระดับ ใช้พิมพ์งานในที่แสงน้อยได้สบาย

4. เสียบ ipad ลงไปได้ และพับลงมาได้หลายระดับ กลายเป็น cover keyboard ได้เลย

บอกเลยว่า มีเจ้านี่ ทำให้เฟื่องสามารถแปลงร่าง iPad เป็น Notebook ได้แบบสบายๆ นั่งทำงาน/ตอบอีเมล/เขียนบล๊อกได้เร็วขึ้นมาก ตั้งไอแพดพิมพ์งานได้ทุกที่ และที่สำคัญถือไปไหนมีแต่คนถาม 55 ดูชิคขึ้นไปอีก

แต่แอบบอกนิดนึงว่าจริงๆแล้ว Keyboard ตัวนี้ที่เฟื่องใช้ เป็นสำหรับ iPad Air นะคะ เวลาเสียบลงไปมันก็เลยจะปิดไม่ค่อยพอดีกับ iPad Mini Retina ที่เฟื่องใช้สักเท่าไร แต่พูดถึงเรื่องการใช้งาน ไม่มีปัญหา และที่เลือกอันนี้มาด้วยเพราะคุณ Darkmaster บอกมาว่า Keyboard อันที่เป็นสำหรับ iPad Mini ใช้ไม่สะดวกเท่า พิมพ์ไม่มันส์ เพราะแป้นมันจะแคบลงมา (ไม่รู้เพราะจะหลอกขายอันนี้รึเปล่านะ ฮาๆ) แต่ก็จริงค่ะ การใช้งานไม่มีปัญหาเลย พิมพ์สะดวก touching ใช่มาก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีข้อเสียอยู่บ้างเหมือนกันนะคะ ลองพิจารณาดู

ข้อเสีย

1. ไม่มีช็อป/Customer Service ในไทย ทุกอย่างต้องติดต่อโดยตรงกับทางฝั่ง USA เท่านั้น ซึ่ง

  • ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงอาจจะลำบากนิดหน่อย
  • เวลาไม่ตรงกัน โทรไปหลายที ไม่เคยได้คุยเลย เพราะเวลาทำการไม่ค่อยจะประจวบเหมาะกันซักเท่าไร แนะนำให้ติดต่อทางอีเมลจะดีที่สุด พนักงานใส่ใจดีมาก ตอบดีค่ะ

2. รับประกันตลอดอายุการใช้งานก็จริง แต่การส่งสินค้าคืน ก็มีค่าส่งพัสดุซึ่งก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มหรือเปล่า

3. ไม่มีแป้นพิมพ์ภาษาไทย!!!! แต่สำหรับใครที่พิมพ์แบบสัมผัสจนคล่องแล้วก็ไม่ใช่ปัญหา

วิธีใช้

  • เชื่อมคีย์บอร์ดกับ iPad ด้วย Bluetooth
  • เอา iPad ตั้ง หรือเสียบเข้ากับช่องเสียบ
  • เปิดปุ่มด้านข้าง (ถ้าเลิกใช้ก็ปิดให้เป็นสีแดงซะ)
  • จบ!! ใช้งานได้เลย สวยงามตามท้องเรื่อง!
  • แบตอยู่ได้นาน ถ้าหมดก็ชาร์จด้วยสายชาร์จ Android ได้ปกติ (มีแถมมาในกล่องอยู่แล้ว)

ประสบการณ์ตรงกับการส่งคีย์บอร์ดคืน

พูดถึงไฮไลท์ของแบรนด์ Zagg เรื่องการให้บริการกันซักหน่อยดีกว่า เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าเฟื่องทำคีย์บอร์ดตก แล้วทีนี้ตรงที่ไว้เสียบ iPad มันดันบิ่นเล็กๆ แต่เฟื่องไม่ทันได้สังเกตเห็น พอเสียบ iPad ลงไปและดันปิดลงมา..

“แกร่บบบบบบ….” หน้าจอแตกคามือเลยค่ะ.. (อันนี้เป็น Human error ไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ไม่สามารถโทษใครได้ #เปิดเพลงETCแพร๊บ ผิดที่ัชั้นเองงง ตัวของชั้นเองงงงง) ปวดใจมาก ปัจจุบันไปถอยเป็น iPad Mini Retina มาใหม่ แม้ว่าคีย์บอร์ดยังใช้งานได้ปกติ แต่กลัวแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่อยากให้มีการสังหาร iPad ด้วยน้ำมือของเจ้าของเกิดขึ้นรอบสอง

เลยตัดสินใจเข้าไปที่หน้าเว็บ Zagg และกดขอ replacement ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากคะ

  • register product : ว่าเรามีสินค้าอะไรของเขา ซื้อมาวันไหน
  • กดขอ replacement โดยระบุสาเหตุที่ต้องการส่งคืน
  • กรอกที่อยู่ที่จะให้ส่งผลิตภัณฑ์มาใหม่ พร้อมจ่ายเงินค่าส่ง (ประมาณ 190กว่าบาท)
  • ส่งผลิตภัณฑ์ที่ชำรุดคืนโดยเขาให้เวลา 60วันในการส่งคืน (เฟื่องเลือกส่งเป็นไปรษณีย์ลงทะเบียนทางเรือ ค่าส่งประมาณ 700-800บาท รวมบรรจุภัณฑ์)

พนักงานตอบอีเมลดีมากค่ะ เป็นกันเอง ช่วยเหลือเต็มที่ service ยกให้เค้าจริงๆ แต่เคสของเฟื่องมีปัญหานิดนึงคือ พัสดุที่ส่งคืนหายไป ทำให้ทาง Zagg ไม่ได้รับคีย์บอร์ดเดิมของเฟื่อง และตัดบัตรเครดิตมา 3พันกว่าบาท แต่เฟื่องก็อีเมลไปโวยวายขอ refund พร้อมกับส่งหลักฐานการส่งไปรษณีย์พร้อม tracking number ไปให้ สุดท้ายผู้บริหาร Zagg ก็โอนเงินกลับคืนมาให้ พร้อมขอโทษขอโพย (ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดเขาเลย ฮ่าๆ) น่ารัก ประทับใจค่ะ

ซื้อที่ไหน

เข้าไปที่ www.zagg.com แล้วก็เลือกช็อปปิ้งได้ตามสบายเลย มี Gadget/Accessories สำหรับ ipad หลายรุ่น (จริงๆต่อบลูทูธเข้ากับ iphone ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ สำหรับใครอยากใช้ให้คุ้มๆ ฮ่าๆๆ)

สรุป

สรุปว่าโดยรวมเฟื่องค่อนข้างชอบเรื่องการใช้งาน พกพาง่าย น้ำหนักเบา คล่องตัว แต่เรื่องราคานี่อาจจะไม่ค่อยคุ้มซักเท่าไร เพราะไหนจะค่าสินค้าที่แพงด้วยตัวเองอยู่แล้ว ค่าขนส่งอีก แต่ถ้ามี customer service ที่ไทยนี่จะดีมาก

ซื้ออีกมั้ย? อาจจะไม่ แต่แนะนำให้ซื้อมั้ย คิดว่าก็แนะนำนะคะ 🙂 อิอิ

แสดงความเห็น