3 ข้อต้องรู้ ก่อนวางแผนซื้อประกัน!

เชื่อว่าช่วงนี้หลาย ๆ คนกำลังวางแผนซื้อประกัน เพื่อใช้เป็นสิทธิ์ลดหย่อนภาษีกันใช่ไหมคะ? แต่ในอีกมุมเฟื่องอยากให้มองในมุมของการลงทุน เพื่อปกป้องความเสี่ยงในการใช้ชีวิตควบคู่กันไปด้วย จึงอยากให้ทุกคนพิจารณาให้ดีก่อนเลือก เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดค่ะ

สำหรับมือใหม่การเลือกแผนประกันสักเล่ม อาจจะดูยุ่งยากไปหมด รายละเอียดยิบย่อย อยากรู้ว่าต้องให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง เลือกยังไงดี เฟื่องจะสรุปให้เข้าใจง่าย ดังนี้ค่ะ

1. เลือกประกันชีวิตแบบไหนดี?

  • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) 

เป็นประกันที่คุ้มครองระยะยาวจนถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี มีระยะการจ่ายเบี้ยประกัน ตั้งแต่ 5, 10, 15 และ 20 ปี  โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินทุนประกันใน 2 กรณี คือ ผู้ทำประกันอยู่จนครบอายุสัญญา หรือกรณีที่ผู้ทำประกันเสียชีวิต เงินทุนประกันก็จะเป็นของผู้รับผลประโยชน์

ประกันชีวิตรูปแบบนี้จึงเหมาะกับหัวหน้าครอบครัว หรือคนที่อยากสร้างความมั่นคงให้กับคนรุ่นหลังในวันที่เราไม่อยู่ เพื่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานค่ะ

  • ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)

ประกันชีวิตแบบนี้คุ้มครองแค่ระยะเวลาสั้น ๆ โดยที่เราเลือกระยะการจ่ายเบี้ย และรับการคุ้มครองได้เอง จะมีตั้งแต่ 5, 10 และ 15 ปี สมมติว่าเราทำประกันคุ้มครอง 5 ล้านบาท หากภายในระยะเวลา 5 ปี เกิดเหตุไม่คาดฝันถึงชีวิตกับตัวเรา ผู้ได้รับผลประโยชน์ก็จะได้เงิน 5 ล้านไป ประกันรูปแบบนี้มีข้อดีคือค่าเบี้ยประกันไม่แพง สามารถเลือกระยะเวลาคุ้มครองได้ตามความต้องการของเรา

  • ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)

รูปแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากสร้างวินัยในการเก็บเงินในรูปแบบประกันสะสมทรัพย์ และยังได้ความคุ้มครองชีวิต
พร้อมรับเงินก้อนคืนในปีสุดท้ายของกรมธรรม์ในบางแบบประกันก็จะมีเงินคืนระหว่างสัญญาผลตอบแทนที่ได้กับการออมในรูปแบบประกันสะสมทรัพย์อาจจะไม่ได้สูง เท่าการลงทุนอื่น ๆ แต่ได้ความอุ่นใจจากความคุ้มครองชีวิต ที่เพิ่มขึ้นมา

ข้อสังเกตคือเราไม่สามารถถอนเงินได้ตามใจเหมือนการเก็บเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ ถ้ากรณีฉุกเฉินจริง ๆ เราสามารถใช้สิทธิในการเวนคืนกรมธรรม์ เพื่อรับเงินสด แต่การเวนคืนกรมธรรม์จะได้รับเงินไม่เท่ากับจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายไปขึ้นอยู่กับมูลค่าเวนคืนที่ได้ในแต่ละกรมธรรม์

  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance)

เหมาะสำหรับคนที่อยากสร้างเงินบำนาญให้กับตัวเองในวัยเกษียณเป็นจำนวนที่แน่นอน โดยผู้ถือกรมธรรม์ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันต่อเนื่องตามรายเอียดของสัญญากรมธรรม์ เมื่อเราเกษียณ บริษัทประกันจะจ่ายเงินบำนาญให้เราทุกปีไปเรื่อยๆ จนครบกำหนดสัญญา

2. เลือกจ่ายเบี้ยประกันเท่าไรดี?

สิ่งที่สำคัญสำหรับการซื้อประกันคือเราควรมีความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันจนครบอายุสัญญา เพราะถ้าจ่ายไม่ไหว ต้องปิดกรมธรรม์ ก็จะเสียผลประโยชน์หลายอย่าง ฉะนั้นต้องคำนวณให้ดีก่อนตัดสินใจค่ะ

สำหรับเฟื่องแนะนำว่าค่าเบี้ยประกันไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี (ขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางการเงินด้วย) สมมติเฟื่องมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท ปีละ 600,000 บาท เบี้ยประกันที่จ่ายไหวจะประมาณ 60,000-90,000 บาทต่อปี รายได้ที่เหลือจะได้แบ่งไว้ลงทุนและทำอย่างอื่นอีก

3. ปัจจัยในการเลือกประกัน

หลังจากตัดสินใจเลือกรูปแบบประกัน และคำนวณเบี้ยประกันคร่าว ๆ แล้ว ก็ถึงขั้นตอนที่จะเลือกแผนประกันแล้วค่ะ แนะนำว่าการทำประกันไม่ควรรีบร้อน ต้องศึกษาทุกอย่างอย่างถี่ถ้วนก่อนนะ ส่วนตัวเฟื่องเองพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ค่ะ

  • ความมั่นคงของบริษัท (ศึกษางบการเงิน)
  • ความคุ้มค่า ของเบี้ยประกันที่จ่ายไป เทียบกับการคุ้มครองและผลตอบแทนที่ได้รับ
  • เลือกที่เหมาะกับ Life Style ของเรา
  • มีบริการเสริมและบริการหลังการขายที่ดี

ประกันจาก FWD ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

อีกหนึ่งผู้ให้บริการด้านประกัน ที่เฟื่องมองว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ก็คือ FWD ประกันชีวิต ที่มีแผนประกันให้เลือกหลากหลาย และ มีโรงพยาบาลและคลินิกในเครือข่ายกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้คือเขายังมี Digital Platform เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้เราใช้บริการด้านต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย เฟื่องสรุปจุดเด่นให้ตามนี้ค่ะ

1. แพลตฟอร์มออนไลน์ ดูแลครอบคลุม ตลอด 24 ชั่วโมง

  • LINE Chat เคลมได้ในไม่กี่นาที ,ติดตามข่าวสาร,  สอบถามข้อมูล ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

สำหรับลูกค้า FWD ประกันชีวิต ต้อง Add LINE official : FWD Thailand นี้ไว้เลยค่ะ เพราะเราสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น การยื่นเคลมออนไลน์ที่ใช้เวลากรอกข้อมูลไม่กี่นาที (FWD ประกันชีวิต ถือเป็นประกันชีวิตเจ้าแรกในประเทศไทยเลยที่ยื่นเคลมผ่าน LINE ได้) การตรวจสอบสิทธิพิเศษ

การสอบถามข้อมูล/ปัญหา ค้นหาโรงพยาบาลในเครือข่าย แม้แต่การชำระเบี้ยประกัน ฯลฯ โดยที่เราไม่ต้องโหลดแอปฯ เพิ่ม หรือหากมีสิทธิพิเศษใด ๆ เพิ่มเติมอีก ก็จะมีการแจ้งเข้ามาให้เราได้รู้ก่อนใครเลยค่ะ

  • จัดการกรมธรรม์เองผ่านเว็บไซต์

ถ้าเกิดเล่มกรมธรรม์หาย, อยากเข้าไปดูข้อมูลของกรมธรรม์, เปลี่ยนแปลงข้อมูล, สับเปลี่ยนกองทุน, ขอใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องไปถึงสาขาให้ยุ่งยากแล้วค่ะ

เราทำทุกอย่างเองได้ผ่านเว็บนี้เลย >> https://fwdth.co/EYyhw มีแนะนำวิธีและรายละเอียดการทำธุรกรรมต่าง ๆ ให้ครบ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะว่าจะยุ่งยาก 

  • FWD MAX Application ทำภารกิจพิชิตรางวัล (ยังไม่เป็นลูกค้า FWD ก็ใช้ได้)

สำหรับใครที่ชอบทำชาเลนจ์ สะสมแต้ม แอปฯ นี้เป็นบริการเสริมที่ช่วยตอบโจทย์ค่ะ มีชาเลนจ์ให้เราเล่นตลอด เช่น การวิ่งสะสมให้ครบ 100 กิโลเมตร เพื่อรับ 1,000 แต้ม แต้มที่สะสมได้ก็สามารถนำไปแลกสิทธิพิเศษ ใช้เป็นส่วนลดของร้านค้าและบริการต่าง ๆ เฟื่องว่าใครที่ชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็ทำชาเลนจ์ไปด้วยเลย สนุกไปอีกแบบค่ะ

ดาวน์โหลดได้ทั้ง Android และ iOS

2. มีแผนประกันให้เลือกหลากหลาย ซื้อได้หลายช่องทาง

อย่างที่บอกไปตอนต้น FWD ประกันชีวิต มีรูปแบบประกันให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย หลัก ๆ ก็จะมี ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันสะสมทรัพย์ ประกันที่เป็นแผนสำหรับวัยเกษียณ ประกันสำหรับการลงทุน ประกันมรดก ซึ่งในแต่ละประเภทก็จะมีแบบประกันแยกย่อยให้เลือกอีกตามไลฟ์สไตล์ของเรา

ที่สำคัญคือเราเลือกซื้อได้หลายช่องทางทั้งผ่านตัวแทน, การโทร และซื้อผ่านออนไลน์แบบครบลูปก็ได้ด้วย 

ศึกษาข้อมูลของบริการ :https://fwdth.co/ZR85e

3. บริการเสริมและสิทธิพิเศษ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

  • รักษาได้แบบไม่ต้องสำรองจ่าย เพียงแสดงบัตรประชาชน

ลูกค้าที่ทำประกันกับ FWD ประกันชีวิตทุกคน เวลาเข้ารักษาที่โรงพยาบาลก็ยื่นบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่น ๆ ได้เข้ารับบริการในโรงพยาบาลในเครือข่ายได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องสำรองจ่าย (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลในเครือข่าย >> คลิกที่นี่)

หรือหากเข้ารักษาตัวแบบผู้ป่วยนอก (OPD) วงเงินไม่เกิน 5,000 บาท ในโรงพยาบาลนอกเครือข่าย ก็สามารถยื่นเคลมผ่านทาง LINE FWDThailand ได้ง่าย ๆ แค่ไม่กี่นาทีก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ และรู้ผลพิจารณาภายใน 2 วันทำการ

  • บริการ FWD Telemedicine ปรึกษาแพทย์ผ่านทางออนไลน์ พร้อมจัดส่งยาให้ถึงบ้าน

Credit : pexels

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สะดวกเดินทางไปโรงพยาบาล เขาก็มีบริการ FWD Telemedicine ให้เราได้คุย อัปเดตอาการกับหมอผ่านทางออนไลน์ และหากต้องรับยาเพิ่มเติมอะไรทางโรงพยาบาลก็จะส่งมาให้เราถึงบ้านเลยค่ะ

ณ ตอนนี้ โรงพยาบาลที่รองรับการรักษาแบบ Telemedicine มีมากกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ
>> อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FWD Telemedicine

โดยสรุป

FWD ถือเป็นผู้ให้บริการด้านประกันชีวิตที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับคนทุกวัย และง่ายต่อการใช้บริการมาก ๆ ด้วยตัวช่วยและบริการเสริมที่เขาออกแบบมาเฉพาะ 

และขอย้ำอีกครั้งสำหรับใครที่สนใจซื้อประกัน แนะนำว่าควรศึกษารายละเอียดอย่างครบถ้วนนะคะ ทั้งการคุ้มครอง ค่าใช้จ่าย เงื่อนไข ข้อจำกัดต่าง ๆ เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของเราค่ะ 🙂

แสดงความเห็น